Home » สาระความรู้ทั่วไป » ไดชาร์จรถยนต์
  • ไดชาร์จรถยนต์

    ไดชาร์จรถยนต์ มีหน้าที่และการทำงานอย่างไรและควรตรวจสอบดูแลรักษาตรงไหน ?

    ไดชาร์จรถยนต์
    ไดชาร์จรถยนต์

       

       วันนี้เราจะมาขอแนะนำแหล่งผลิตไฟฟ้าให้กับรถยนต์นั้นคือ ไดชาร์จรถยนต์ และจะมาอธิบายถึงหน้าที่และการทำงานของไดชาร์จ รวมถึงวิธีสังเกตอาการไดชาร์จเสียและวิธีการดูแลรักษาว่าควรดูจากอะไร

    หน้าที่ของ ไดชาร์จรถยนต์

       ไดชาร์จรถยนต์ มีอีกชื่อเรียกว่า“อัลเทอร์เนเตอร์”(Alternator) แปลว่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือเครื่องปั่นไฟ ถ้าพูดถึงจุดเริ่มต้นของกระแสไฟฟ้าภายในรถยนต์นั้นตามความเข้าใจของใครหลายๆคนคือมาจากแบตเตอรี่ แต่ในความเป็นจริงแล้วแบตเตอรี่รถยนต์นั้นเป็นเพียงแค่แหล่งเก็บไฟฟ้าสำรอง โดยรับกระแสไฟฟ้ามาจากไดชาร์จ ซึ่งทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆและแบตเตอรี่รถยนต์

    การทำงานของไดชาร์จรถยนต์

       ไดชาร์จจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น โดยหลักการทำงานนั้นจะอาศัยกำลังส่งจาก ลูกรอกและสายพาน มาทำให้ไดชาร์จหมุนจึงทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นมา ซึ่งถ้าหากไดชาร์จเสียแบตเตอรี่จะทำหน้าที่จ่ายไฟอย่างเดียว ไม่ได้รับกระแสไฟฟ้ามาจากไดชาร์จ ไฟฟ้าในแบตเตอรี่จะค่อยๆหมดลง จนทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ในครั้งต่อไปไม่ได้เพราะแบตหมดนั้นเอง

    อาการไดชาร์จเสีย

    1.มีไฟแจ้งเตือนรูปแบตเตอรี่ขึ้นโชว์ที่หน้าปัทม์ ความหมายของ ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่ นี้คือแน่นอนครับแบตหมดแต่สาเหตุหลักมาจากไดชาร์จเสียหรือไม่ทำงานนั้นเองและถ้าเกิดอาการนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะได้มีกระแสไฟฟ้าเพียงพอวิ่งต่อได้อีกสักพักจะได้ขับรถเข้าศูนย์บริการตรวจเช็คไดชาร์จได้ทัน

    2.เมื่อไดชาร์จเสียอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าในขณะนั้นไฟหน้าและไฟภายในรถยนต์จะเริ่มค่อยๆหรี่ลง และแอร์จะเริ่มมีความเย็นลดลง

    3.รอบเครื่องยนต์ตก เร่งไม่ออก ไปจนถึงเครื่องยนต์ดับ

    4.ความร้อนขึ้นเนื่องจากไม่มีกระแสไฟไปเลี้ยงพัดลมหม้อน้ำ

    5.พวงมาลัยพาวเวอร์จะเริ่มค่อยๆหนักขึ้น

    6.ไดชาร์จมีเสียงหอน

    การดูแลรักษาไดชาร์จ

      1.ถ้าไดชาร์จมีน้ำเข้าโดยบังเอิญหรือเคยขับรถลุยน้ำท่วมมาก่อน ควรถอดไดชาร์จออกมาเป่าแห้ง ตากแดด และทำความสะอาด อย่าปล่อยให้มีน้ำหรือมีความชื้นเข้าไปในไดชาร์จเพราะจะทำให้เกิดสนิมและไฟฟ้าลัดวงจรได้ ดู วิธีดูแลรถหลังน้ำท่วม

      2.ตรวจสอบความแน่นของน็อตที่ยึดไดชาร์จว่ายังอยู่ในสภาพแน่นดีอยู่หรือไม่ ถ้าน็อตมีการคลายตัวออกมาหรือหลวมจนทำให้ที่ยึดของขาไดชาร์จแตกหักได้

      3.ตรวจสอบความตึงของสายพานอยู่เสมอ หากสายพานเกิดการหย่อนจะทำให้ไดชาร์จจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และสายพานจะเสียหายได้ การตั้งสายพานนั้นไม่ควรให้ตึงจนเกินไปและไม่ควรหย่อนจนเกินไป โดยทั่วไปความตึงของสายพานจะอยู่ที่ 5-15 มม.

    ข้อแนะนำ

      โดยส่วนมากสาเหตุที่ไดชาร์จเสียจะมาจากการแปรงถ่านหมดที่เกิดจากการสึกหรอ หรืออาจจะมาจากชิ้นส่วนอื่นของไดชาร์จเกิดเสียหาย หากมีอาการเตือนที่กล่าวมาด้านบนนั้นควรรีบให้ช่างที่มีประการณ์ตรวจสอบทันที

      เมื่อไดชาร์จเสียหรือไม่ทำงาน ไม่ควรถอดออกมาซ่อมแซมเองหากไม่มีความรู้ความชำนาญ เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม

     หลายท่านมีความสับสนระหว่าง”ไดชาร์จเสียหรือแบตเตอรี่หมด” เพราะอาการจะคล้ายกันมาก ทางที่ดีหากตรวจสอบแบตเตอรี่แล้วยังอยู่สภาพใหม่ไม่มีการบวม แผ่นธาตุยังอยู่ในสภาพดีและน้ำกลั่นไม่ขาด ปัญหาอาจจะเกิดที่ไดชาร์จไม่ทำงานแน่นอน

    ป้ายกำกับ:, , , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *